วันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ระบบถ่ายภาพ (Exposure Mode)

ระบบถ่ายภาพ (Exposure Mode)

โดยทั่วไป ระบบถ่ายภาพหมายถึงการควบคุมความเร็วชัตเตอร์และขนาดช่องรับแสงให้สอดคล้องกับปริมาณแสงในแต่ละภาพ ตามการชี้นำของเครื่องวัดแสง หรือ วิธีการปรับตั้งความเร็วชัตเตอร์และขนาดช่องรับแสง นั้นเอง สำหรับกล้องดิจิตอล นอกจากการควบคุมความเร็วชัตเตอร์และขนาดช่องรับแสงแล้ว ยังควบคุมระบบอื่น ๆ อีกด้วย เช่น ความคมชัด ความอิ่มตัวของสี ความเปรียบต่าง ระบบวัดแสง ระบบถ่ายภาพต่อเนื่อง ระบบปรับความชัด ฯลฯ

การเข้าสู่ระบบถ่ายภาพ เลือก Menu > Mode หรืออาจจะมีวงแหวนปรับตั้งระบบถ่ายภาพด้านบนตัวกล้องโดยตรงระบบถ่ายภาพในกล้องดิจิตอลส่วนใหญ่จะมีให้เลือกใช้งานดังนี้

1. ระบบ Auto เป็นระบบถ่ายภาพแบบ Fully Automatic ซึ่งควบคุมการทำงานกล้องทั้งหมดแบบอัตโนมัติ ทั้งระบบถ่ายภาพ ความเร็วชัตเตอร์ ช่องรับแสง ระบบสี ความคมชัด ระบบแฟลช ฯลฯ เหมาะสำหรับการถ่ายภาพที่ต้องการความรวดเร็ว และไม่ต้องการปรับตั้งระบบการทำงานของกล้องมากมายนัก




2. ระบบถ่ายภาพแบบโปรแกรมถ่ายภาพแบบต่างๆ (Special Program) ออกแบบมาให้ใช้ถ่ายภาพในลักษณะต่าง ๆ กันตามลักษณะของภาพ เนื่องจากภาพแต่ละรูปแบบต้องการการปรับตั้งความเร็วชัตเตอร์ ขนาดช่องรับแสง ความคมชัด ความเปรียบต่าง ความอิ่มตัวของสี ฯลฯ ที่แตกต่างกัน ผู้ผลิตกล้องจึงสร้างโปรแกรมถ่ายภาพแบบต่าง ๆ ตามลักษณะภาพออกมาให้เลือกใช้งาน โดยทั่วไปจะมีให้เลือกใช้งานดังนี้

1. ระบบโปรแกรมถ่ายภาพบุคคล สำหรับการถ่ายภาพบุคคล

2. ระบบโปรแกรมถ่ายภาพเคลื่อนไหว สำหรับการถ่ายภาพเคลื่อนที่ให้หยุดนิ่ง

3. ระบบโปรแกรมถ่ายภาพกลางคืน สำหรับถ่ายภาพในสภาพแสงน้อย

4. ระบบโปรแกรมถ่ายภาพทิวทัศน์ สำหรับถ่ายภาพวิวหรือภาพในระยะไกล ภาพมุมกว้าง

5. ภาพมาโคร สำหรับถ่ายภาพในระยะใกล้

นอกจากนี้ยังมีโปรแกรมถ่ายภาพแบบอื่นๆ อีกมากแล้วแต่ผู้ผลิตจะออกแบบมาให้ใช้งาน เช่น โปรแกรมถ่ายภาพแพนกล้อง โปรแกรมถ่ายภาพย้อนแสง โปรแกรมถ่ายภาพกลางคืนโดยใช้แฟลช ฯลฯ เหมาะสำหรับการถ่ายภาพที่ต้องการความรวดเร็ว สะดวก และได้ผลดี หรือผู้ใช้ไม่มีความรู้เรื่องการถ่ายภาพมากนัก การใช้งานระบบโปรแกรมควรดูค่าความเร็วชัตเตอร์และขนาดช่องรับแสงว่ามากหรือน้อยเกินไปหรือไม่ เพราะบางครั้งเราเลือกระบบถ่ายภาพเคลื่อนไหวเพื่อต้องการถ่ายภาพเคลื่อนไหวให้หยุดนิ่ง แต่ปริมาณแสงไม่มากพอทำให้ใช้ความเร็วชัตเตอร์สูงไม่ได้ ทำให้ได้ภาพไม่เป็นไปตามจุดประสงค์









3. ระบบโปรแกรม (Program) เป็นระบบถ่ายภาพอัตโนมัติ ซึ่งผู้ใช้ไม่ต้องตั้งความเร็วชัตเตอร์และขนาดช่องรับแสง สามารถถ่ายภาพได้เลยโดยระบบประมวลผลในกล้องจะควบคุมความเร็วชัตเตอร์ ขนาดช่องรับแสง ให้เหมาะสมกับสภาพแสงอัตโนมัติ เหมาะสำหรับการถ่ายภาพที่ต้องการความรวดเร็วหรือความสะดวกผู้ใช้ควรดูค่าความเร็วชัตเตอร์และขนาดช่องรับแสงที่กล้องเลือกให้ ว่าเหมาะสมในการใช้งานด้วยหรือไม่ โดยดูจากข้อมูลเปิดรับแสงในช่องมองภาพ หรือที่จอ LCD ด้านหลังกล้อง

4. ระบบโปรแกรมชิพ (Program Shift, P*) การทำงานเหมือนกับระบบโปรแกรม แต่ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนแปลงค่าความเร็วชัตเตอร์และขนาดช่องรับแสงได้ตามต้องการ (ในขณะที่ระบบโปรแกรมธรรมดาไม่สามารถทำได้) เหมาะสำหรับการถ่ายภาพที่ต้องการความรวดเร็ว แต่ยังสามารถควบคุมความเร็วชัตเตอร์และขนาดช่องรับแสงได้
5. ระบบถ่ายภาพแบบช่องรับแสงอัตโนมัติ (Shutter Priority) ผู้ใช้ต้องตั้งความเร็วชัตเตอร์ที่ต้องการใช้ ส่วนกล้องจะตั้งขนาดช่องรับแสงที่เหมาะสมให้อัตโนมัติตามสภาพแสง เหมาะสำหรับการถ่ายภาพที่ต้องการความรวดเร็ว และผู้ใช้ต้องการควบคุมความเร็วชัตเตอร์เป็นหลัก
ระบบช่องรับแสงอัตโนมัติ มีข้อจำกัดอยู่ตรงที่ขนาดช่องรับแสงที่ปรับได้มีจำกัด บางสภาพแสงกล้องอาจจะไม่สามารถตั้งขนาดช่องรับแสงให้ได้ เช่น ตั้งความเร็วชัตเตอร์สูงในสภาพแสงน้อย หรือตั้งความเร็วชัตเตอร์ต่ำในสภาพแสงจ้า ทำให้กล้องปรับช่องรับแสงไม่ได้ กล้องจะเตือนว่าภาพสว่างไป มืดไป หรือไม่ทำงานโดยแสดงสัญลักษณะที่จอแสดงการทำงาน เช่น ขนาดช่องรับแสงเปลี่ยนเป็นสีแดง กระพริบ หรือมีข้อความขึ้นเตือน



6. ระบบถ่ายภาพแบบความเร็วชัตเตอร์อัตโนมัติ (Aperture Priority) ผู้ใช้ต้องตั้งขนาดช่องรับแสงที่ต้องการใช้ กล้องจะตั้งความเร็วชัตเตอร์ให้อัตโนมัติตามสภาพแสง เหมาะกับการถ่ายภาพที่ต้องการความรวดเร็ว และควรคุมขนาดช่องรับแสงเป็นหลัก
ระบบความเร็วชัตเตอร์อัตโนมัติมีข้อจำกัดในการใช้งานอยู่บ้างตรงที่ ความเร็วชัตเตอร์มีให้ใช้งานจำกัด บางครั้งกล้องอาจจะปรับตั้งความเร็วชัตเตอร์ให้ไม่ได้ เช่น เปิดช่องรับแสงแคบในสภาพแสงน้อย ทำให้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำเกินไป หรือเปิดช่องรับแสงกว้างในสภาพแสงจ้า ทำให้ความเร็วชัตเตอร์สูงเกินไป ซึ่งกล้องจะเตือนให้ผู้ใช้ทราบโดยแสดงสัญลักษณ์ หรือตัวเลขความเร็วชัตเตอร์กระพริบ เป็นต้น


7. ระบบถ่ายภาพปรับตั้งเอง (Manual) ผู้ใช้ต้องตั้งค่าความเร็วชัตเตอร์และขนาดช่องรับแสงด้วยตนเอง ให้สัมพันธ์กับความสว่างของแสง โดยอาศัยความช่วยเหลือของระบบวัดแสง เหมาะกับการถ่ายภาพที่ต้องการควบคุมความเร็วชัตเตอร์และขนาดช่องรับแสงโดยผู้ใช้ทั้งหมด ถ่ายภาพโดยใช้เครื่องวัดแสงภายนอกตัวกล้อง หรือถ่ายภาพในสตูดิโอโดยใช้แฟลช

กาปรับตั้งมีขั้นตอนดังนี้
1. ตั้งความเร็วชัตเตอร์ที่ต้องการใช้งาน….วัดแสง….ปรับช่องรับแสงให้เสกลวัดแสงอยู่ที่ 0 หรือกึ่งกลาง ….ถ่ายภาพ หรือ

2. ตั้งขนาดช่องรับแสงที่ต้องการใช้งาน….วัดแสง….ปรับความเร็วชัตเตอร์ให้เสกลวัดแสงอยู่ที่ 0 หรือกึ่งกลาง ….ถ่ายภาพ

ถ้าเสกลวัดแสงอยู่ที่ + ภาพอาจจะจะสว่างเกินไป - ภาพอาจจะจะมืดเกินไป



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น